บทที่ 5 หยกนี้สวยจัง มาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

“หากเจ้ามีอะไรเรียกข้าได้ ข้าอยู่ห้องตรงข้ามเจ้า อ้อ ท่านเฟยซิ่นให้ข้ามาบอกเจ้าด้วยว่า 2วันนี้เจ้าไม่ต้องไปเรียนหรือทานอาหารเช้าร่วมกับคนในสำนักก็ได้ รอให้แผลเจ้าหายดีกว่า”

เจียอี่กล่าวออกมาเสียยาว

“ได้ ขอบใจเจ้าอีกครั้ง

ซูเชี่ยวกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงการขอบคุณที่จริงใจ เจียอี่เพียงพยักหน้าแล้วเดินออกไป หลังจากที่เจียอี่ออกซูเชียวก็ค่อยๆ เช็ดเนื้อตัวเพราะนางยังอาบน้ำไม่ได้ไม่งั้นแผลจะโดนน้ำและไม่หาย นี้เป็นสิ่งที่รู้กันทั่วไปในโลกปัจจุบันที่นางอยู่ พลางคิดไปด้วยว่าอย่างน้อยวันนี้นางก็ยังโชคดีที่เจอเจียอี่ โลกใบนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับทุกนางคน หลังเช็ดตัวเสร็จนางก็หลับอย่างเหนื่อยล้า

.

3 วันผ่านไป

ซูเชี่ยวหายจากอาการเจ็บ และแผลเริ่มตกสะเก็ดจนหมดแล้วโดยไม่มีแผลเป็นเหลือเลย เหลือเชื่อมากยานั้นวิเศษเกินจริงมากถ้าเป็นโลกปัจจุบันคนที่ทำยาชนิดนี้เป็นนะคงเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว วันนี้หลังจากที่นางทานข้าวเช้าพร้อมกันกับคนในสำนักแล้ว ซูเชี่ยวก็เข้ามาเรียนทฤษฎีในห้องร่วมกับศิษย์คนอื่นนางทำได้แค่นั้นสัปหงก เพราะไม่เข้าใจเลยสักนิด แค่เรื่องง่ายๆ อย่างการโคจรพลังในร่างกายนางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไรถึงทำได้แค่นั่งดูคนอื่นจนจบคาบเรียน หลังเรียนเสร็จหญิงสาวตรงกลับมาที่ห้องอย่างเดียว โดยที่ไม่สนใจที่จะไปไหนทั้งนั้นเป็นแบบนี้มา 1 เดือนแล้ว เพราะนางไม่อยากที่จะยุ่งและสุงสิงหรือมีปัญหากับใครอีก ส่วนทางด้านเจียอี่หลังจากที่วันนั้นพอนางหายก็พยายามเข้าหาเจียอี่ขอเป็นเพื่อนกับนาง แต่นางก็ยังไม่รับซูเชี่ยวเป็นเพื่อนอย่างจริงใจ ยังไม่เชื่อว่าซูเชี่ยวจะเปลี่ยนใจกลับมาเป็นคนดีได้ เพราะคิดว่านางอาจมีแผนการอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ขับไล่ไสส่งซูเชี่ยวไป

ภายในห้อง 4 เหลี่ยมไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป ซูเชี่ยวนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด 1 เดือนมานี้หญิงสาวพยายามหาคำตอบทุกทางว่าเเท้จริงนางมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรกันแน่ วิญญาณเจ้าของร่างนี่ล่ะไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ได้แล้วตัวนางเองในโลกเก่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ หญิงสาวพยายามคิดถึงสาเหตุหรือเหตุผลที่เป็นไปได้ แต่คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออกจึงลุกเพื่อจะไปตำหนักเมี่ยนเปาเพื่อทานข้าวในตอนเย็น ขณะที่ลุกขึ้นกำลังจะก้าวเท้าแต่กลับรู้สึกว่าที่ปลายเท้าว่าเหยียบอะไรเข้าให้ ซูเชี่ยวหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย แสงอาทิตย์สีทองอารามช่วงยามเหม่า ส่องผ่านบานประตูหน้าต่างที่หญิงสาวเปิดทิ้งไว้กระทบเข้ากับจี้หยกสีเขียวมิ้นต์เข้ายามที่หญิงสาวจับขึ้นมาพลิกดู เป็นหยกทรงกลม ด้านในเป็นรูปดอกไม้ที่มีผีเสื้อเกาะอยู่ตัวหนึ่ง

“หยกนี้สวยจัง มาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”

หญิงสาวพลิกดูไปมาอย่างละเอียดและพูดกับตัวเอง นางรู้สึกคุ้นตากับหยกชิ้นนี้เป็นอย่างมาก พยายามนึกว่าเจอที่ไหนถ้าในโลกแห่งนี้นางพึ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกแน่ๆ ถ้าเป็นหากในโลกก่อนนางคงไม่มีหยกแบบนี้แน่นอน แต่แล้วอยู่ๆ ความทรงจำในหัวของนางก็ปรากฏ ภาพที่หญิงสาวกำลังเดินอยู่บนถนนคนเดินในโลกที่แล้ว กำลังเลือกซื้อของและหันไปเห็นลุงคุณหนึ่งแต่งตัวโทรมๆ กำลังนั่งขายของเก่าโดยการใช้ผ้าขนาด 3.5 ฟุตกางกับพื้น และนำสิ่งของวางขายด้วยความที่เป็นคนขี้สงสารจึงเดินเข้าไปหวังจะช่วยอุดหนุน หญิงสาวจับแจกันไม้ที่แกะสลักเป็นรูปผีเสื้อขึ้นมาดูอย่างสนใจ เพราะนางก็ชอบสะสมของเก่าเช่นกัน

“นางหนูชอบแจกันชิ้นนั้นเหรอถามลุงได้”

ชายคนขายพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หญิงสาวเพียงยิ้มกลับไปและเลือกดูแจกันต่อ

“ฉันเอาชิ้นนี้จ๊ะลุง”

หญิงสาวยื่นแจกันตรงหน้าให้ลุงคนขายเพื่อใส่ถุง

“20 หยวนจ๊ะแม่หนู ลุงเเถมหยกชิ้นนี้ให้แล้วกัน”

ลุงคนขายพูดพลางหยิบใส่ถุงให้ไปพลาง

“ไม่เป็นไรจ๊ะลุง ไม่ต้องแถมฉันหรอกเอาไว้ขาย เผื่อมีคนอื่นสนใจ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

“หยกชิ้นนี้อยู่กับลุงมานานแล้ว ขายไม่ได้สักทีลุงแถมให้แล้วกัน” ลุงคนขายพูดแล้วยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวกล่าวออกมาและยื่นเงินให้ทั้งหมด30 หยวน จากนั้นเดินออกมาโดยไม่ฟังคำทักท้วงของลุงคนขาย

 ปัง!!

เสียงหน้าต่างปิดดังเพราะลมข้างนอกพัดแรง ทำให้หญิงสาวที่ยืนถือหยกกำลังนึกเรื่องในโลกใบเก่าสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" หญิงสาวกล่าวออกมากับตัวเอง และใช้ความคิดว่าอาจจะเป็นหยกชิ้นนี้ก็ได้ที่นำพาหญิงสาวมาที่นี่ จากนั้นนางนำหยกชิ้นนั้นห้อยเอาไว้ที่เอวและปิดหน้าต่างเตรียมตัวออกไปทานอาหารมื้อเย็น เพราะคนที่นี่ทานข้าวเป็นเวลาหากเลยเวลาแล้วอาหารอาจถูกเก็บจนหมด

 ณ ตำหนักหยกขาว

“เจ้าว่าอะไรนะ? คนของเราได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

เสียงทุ้มกล่าวออกมาอย่างอารมณ์เสีย เสียงที่พูดออกมาคือเจ้าสำนักลี่หยางที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องโถงบริเวณโต๊ะหนังสือ ขณะที่พูดก็วางหนังสือลงและเงยหน้ามองผู้ที่มารายงานนั้นก็คือรองเจ้าสำนักเฟยซิ่นและผู้ติดตามเขา1คน ที่ยืนอยู่กลางห้องโถง

“ไม่ขอรับ คนของเราได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

เฟยซิ่นกล่าวออกมา ช่วยลดสีหน้าผ่อนคลายของลี่หยางได้บ้าง

“แล้วพวกมันล่ะ รู้หรือไม่ว่าเป็นใคร”

เสียงเข้มถามต่อ

“ยังไม่ทราบขอรับ แต่เราจับตัวได้1 คนก่อนที่มันจะกัดยาพิษฆ่าตัวตาย ตอนนี้ถูกขังไว้รอการสอบสวนขอรับ”

เฟยซิ่นรายงานแกผู้เป็นนายของเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป